Radio Taiwan International

RTI

RTI
279 โพสต์ 0 ความคิดเห็น

Stay connected

0แฟนคลับชอบ
3,913ผู้ติดตามติดตาม

Latest article

ไฮไลท์พิธีฉลองวันชาติ ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์บินเหนือน่านฟ้ากรุงไทเป

ไฮไลท์พิธีฉลองวันชาติ ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์บินเหนือน่านฟ้ากรุงไทเป

     พิธีเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ครบรอบ 111 ปี เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการหน้าทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 ต.ค. ภายใต้สโลกแกน “ร่วมด้วยช่วยกัน ปกป้องผืนแผ่นดินไต้หว้น”  ในช่วงต้นของพิธี  เครื่องบินไอพ่นสมรรถนะสูง T-5 Brave Eagle ที่ไต้หวันผลิตขึ้นเองและเครื่องบินรบ F-5 2 ลำบินผ่านทำเนียบประธานาธิบดีทะยานขึ้น เหนือน่าฟ้ากรุงไทเป  เป็นดั่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่นและประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าพิธีการเฉลิมฉลองวันชาติได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

     ในระหว่างการร้องเพลงชาตินั้น เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงชีนุก CH-47 ได้ปรากฎตัวพร้อมกับเชิญธงชาติสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) เข้าสู่บริเวณหน้าปรัมพิธี  เป็นภาพที่สร้างความตราตรึงใจต่อประชาชนดั่งเช่นทุกปีที่ผ่านมา  โดยในปีนี้ มีความพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากมีการขับร้องเพลงชาติพร้อมกับ 3 แห่ง ได้แก่ หน้าทำเนียบประธานาธิบดีกรุงไทเป ฐานทัพเรือจั่วอิ๋ง นครเกาสง และที่เกาะตงอิ่งในหมู่เกาะหม่าจู่

     หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E อาปาเช่จำนวน 5 ลำ ของกองทัพอากาศก็ได้บินผ่านทำเนียบประธานาธิบดี เสียงดังกระหึ่มเหนือน่านฟ้ากรุงไทเป เป็นที่สนใจ ดึงดูดประชาชนและแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก อดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

     ช่วงท้ายของพิธีเฉลิมฉลองวันชาติ  ยังมีการบินโชว์ของฝูงบิน Thunder Tiger  ที่นำทีมโดยเครื่องบินฝึกรุ่น AT-3 ของกองทัพอากาศจำนวน 5 ลำ พ่นควันหลากสีสวยงามบนน่านฟ้ากรุงไทเป เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงว่า ได้เสร็จสิ้นพิธีเฉลิมฉลองวันชาติอย่างสมบูรณ์

 



แหล่งข่าว:RTI
รายงานโดย:เจนนรี ตันตารา

จวงเหรินเสียงชี้ ยอดผู้ติดเชื้อโควิดช่วงฉลองวันชาติจะไม่สูงกว่าเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมา

จวงเหรินเสียงชี้ ยอดผู้ติดเชื้อโควิดช่วงฉลองวันชาติจะไม่สูงกว่าเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมา

   สถานการณ์โรคโควิด-19 ในไต้หวันยังคงร้อนระอุ หลายฝ่ายกังวลว่าหลังวันหยุดยาวฉลองวันชาติจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 จะพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณหรือไม่ จวงเหรินเสียง(莊人祥) โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคชี้ว่า หลังวันหยุดยาววันชาติ สถานการณ์โรคโควิด-19 จะไม่รุนแรงเเกินกว่าเทศกาลไหว้พระจันทร์ แต่มีความเป็นไปได้ที่ยอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

   ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ในไต้หวันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ไต้หวันมียอดผู้ติดเชื้อโควิดสูงถึง 54,000 ราย นับเป็นการระบาดสูงสุดของโควิดสายพันธุ์ย่อย BA.5 ผู้เชี่ยวชาญในไต้หวันชี้ว่า หลังจากวันหยุดยาววันชาติ ประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนา ประกอบกับไต้หวันกำลังจะเปิดประเทศในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ คาดการณ์ว่าอาจมียอดผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ย่อย BA.5 ทะลุ 60,000 รายต่อวัน

   จวงเหรินเสียงเผยว่า หลังจากวันหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์ ระหว่างวันที่ 11-17 กันยายน เป็นช่วงที่โควิดสายพันธุ์ย่อย BA.5 ระบาดรุนแรงสูงสุดในไต้หวัน ภายในหนึ่งสัปดาห์นั้น พบผู้ติดเชื้อสะสมมากถึง 286,000 ราย แต่ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 2-8 ตุลาคม มีผู้ติดเชื้อสะสมมากถึง 320,000 ราย ถึงแม้จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ดูจากเส้นกราฟ จะเห็นว่าไม่มีแนวโน้มชี้ขึ้น

   จวงเหรินเสียงเผยว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นหลังหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์ สาเหตุหลักเกิดจากสถานพยาบาลหลายแห่งหยุดให้บริการและการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดได้ง่าย แต่วันหยุดยาววันชาติสถานพยาบาลเปิดให้บริการปกติ อีกทั้งยังไม่ใช่เทศกาลรวมญาติ ในเบื้องต้นจึงคาดการณ์ว่าส่งผลกระทบต่อการแพร่ระบาดไม่มาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังคงมีปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไรนั้น ยังต้องเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด

 


แหล่งข่าว:RTI
รายงานโดย:เจนนรี ตันตารา

เนื่องในโอกาสวันชาติ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวสุนทรพจน์ “มอบไต้หวันที่ดีกว่าให้แก่โลก”

เนื่องในโอกาสวันชาติ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวสุนทรพจน์ “มอบไต้หวันที่ดีกว่าให้แก่โลก”

     เมื่อเช้าวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ครบรอบ 111 ปี ภายใต้หัวข้อ “มอบไต้หวันที่ดีกว่าให้แก่โลก เกาะแห่งความแข็งแกร่งและทรหด”

     โดยสาระสำคัญ 4 ส่วน มีดังนี้ : 

ส่วนที่ 1 : ไต้หวันก้าวหน้าสวนกระแส ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 

     วันที่ 13 ตุลาคมที่จะถึงนี้  ไต้หวันจะผ่อนคลายมาตรการควบคุมพรมแดน แสดงให้เห็นว่า ไต้หวันได้หลุดพ้นจากความอึมครึมแห่งโรคระบาด และก้าวเข้าสู่การใช้ชีวิตตามปกติ ประธานาธิบดี ขอบคุณทุกคนในประเทศ ที่อุทิศตนอย่างเต็มที่และทำงานอย่างยากลำบาก ในการป้องกันโรคระบาด รวมถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนทุกคน ที่นำพาให้ไต้หวันก้าวไปข้างหน้า ให้กลายเป็นประเทศที่ดียิ่งขึ้น

ส่วนที่ 2 :  ก่อนที่ความท้าทายครั้งใหม่จะมาถึง ต้องเผชิญหน้าอย่างสุขุมเยือกเย็น และร่วมกันแก้ไขปัญหา 

     ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินย้ำว่า ในยุคหลังโควิด ระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงของภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจตามมา การแตกตัวของห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อตัวใหม่ ภัยธรรมชาติที่รุนแรงเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างสุดขั้ว ระเบียบของโลกแห่งเสรีภาพที่ถูกท้าทาย ไต้หวันจึงต้องเผชิญหน้าอย่างรอบคอบ และแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ส่วนที่ 3 : เสริมสร้าง “ความทรหด 4 ประการ” เพื่อสร้างประเทศให้มีความแข็งแกร่ง 

     ในสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีปีนี้ สาระสำคัญอยู่ที่การกล่าวถึงการเสริมสร้าง “ความทรหด 4 ประการ” ได้แก่ด้าน “เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม” : ตอบสนองความผกผันของภาวะเศรษฐกิจ วางแผนอนาคตให้แก่ภาคอุตสาหกรรม  ด้าน“เครือข่ายความมั่นคงทางสังคม”: การมีสวัสดิการที่เพียบพร้อม เสริมสร้างเครือข่ายความมั่นคงทางสังคม  ด้าน “ระบบการเมืองแบบเสรีประชาธิปไตย” : ปลูกฝังระบอบประชาธิปไตยในเชิงลึก แสวงหาความสนับสนุนจากประชาคมโลก และ ด้าน“แสนยานุภาพในการป้องกันประเทศ” ที่เปี่ยมด้วยความล้ำลึกและแข็งแกร่ง : ยกระดับแสนยานุภาพด้านการป้องกันประเทศ สร้างความ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่ประชาชน

ส่วนที่ 4 มอบไต้หวันที่ดีกว่าให้แก่โลก 

     สุนทรพจน์หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 ประธานาธิบดีไช่ฯ เคยกล่าวไว้ว่า จะสร้างประเทศให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาด ไปทั่วโลกในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ผลงานในด้านต่างๆ ของไต้หวัน อาทิ การป้องกันโรคระบาด และด้านเศรษฐกิจ กลายเป็นจุดสนใจและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าไต้หวันเป็น “เกาะแห่งความทรหด”

      ประธานาธิบดีไช่ฯ กล่าวว่า ในช่วงเวลาแห่งการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ จะสร้างไต้หวันให้เป็น “ประเทศแห่งความทรหด” ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงและประชาธิปไตยของไต้หวันให้เป็นไปตามทิศทางการเติบโตของโลก เพื่อให้ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของโลก และมอบไต้หวันที่ดีกว่าให้แก่โลก





 



แหล่งข่าว:RTI
รายงานโดย:เจนนรี ตันตารา